5G คืออะไร? เข้าใจ 5G ง่ายๆ

  • เข้าใจอินเตอร์เนต 5G ที่กำลังจะมาถึง

    5G คืออะไร? เข้าใจ 5G ง่ายๆ

    5G มันต้องดีกว่า 4G แน่ๆเพราะมากกว่า 1G แต่เราไม่อยากให้คุณรู้แค่นั้นหรอก เราเลยอยากบอกว่า 5G มันคืออะไร? มันดีอย่างไร? และที่สำคัญมันเกี่ยวอะไรกับเรา?

  • เปลี่ยน smoke detector

    จะรู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาเปลี่ยนระบบ Smoke Detector แล้ว

    จากการวิจัยพบว่าการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุเพลิงไหม้ในอาคาร 38% เกิดจากไม่มีระบบ Smoke Detector และ 21% พบว่าอาคารที่เกิดเพลิงไหม้แม้ว่าจะติดตั้งระบบ Smoke Detector แต่เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ระบบไม่ทำงาน

  • สายแลนมีกี่ประเภท

    สายแลนคืออะไร มีกี่ชนิด ประโยชน์ของสายแลน

    การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่ดีที่สุดก็คือการเชื่อมต่อแบบ Ethernet หรือการเชื่อมต่อทางสายนำสัญญาณที่เราเรียกกันว่าสายแลนนั้นเอง การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ต่อคอมพิวเตอร์ ก็จำเป็นที่ต้องใช้สายแลนเช่นกัน ซึ่งสายแลนเป็นสายนำสัญญาณในระบบ Network ที่เราต้องทำความรู้จัก

  • ล้างแอร์ด้วยตัวเอง

    ล้างแอร์ด้วยตนเอง

    ถ้าแอร์ไม่เย็น หรือเย็นน้อยลง เราก็จะคิดถึงแต่ช่างเพราะส่วนใหญ่ไม่มีใครรู้ว่าจะทำอย่างไร แต่วันนี้เรามี วิธีล้างแอร์ง่ายๆ มาให้เพื่อนๆ ศึกษากันค่ะ

เข้าใจอินเตอร์เนต 5G ที่กำลังจะมาถึง
เข้าใจอินเตอร์เนต 5G ที่กำลังจะมาถึง

ตกลง 5G คืออะไร?
ก่อนที่จะไปถึง 5G เราเริ่มจาก 1G ก่อน ยุคนั้นเป็นยุคที่เราคุยกันผ่านเสียงผ่านมือถือระบบอนาล็อก จนเราส่งข้อความ MMS หากันได้ในยุค 2G จากนั้นเราก็เข้าสู่ยุค 3G ที่เราเชื่อมต่อและเล่นอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือได้ด้วยความเร็วที่สูงขึ้นระหว่าง 20 kbps ถึง 42.2 Mbps และเข้ามาถึงยุค 4G ที่เราสามารถดูภาพและเสียงหรือหนังออนไลน์พอได้เพราะความเร็วที่เพื่มขึ้นเช่น 4G LTE (100 Mbps), 4G LTE Cat.4 (150 Mbps) และ 4G LTE Advanced (1,000 Mbps)

ITU-5G-standards-requirements

ส่วนยุค 5G มันคือ Generation 5 หรือรุ่นที่ 5 ของการสื่อสารที่อนาคตมันจะไม่ใช่แค่มือถือแล้วแต่เป็นอุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมอินเตอร์เน็ตได้ (Internet of Things หรือ IoT) ว่ากันว่าถ้าเรามี 5G เราจะดาวน์โหลดวีดีโอ หนังหรือแอปฯได้เร็วถึง 10,000 Mbps! ถ้าใช้ 4G ดูวิดีโอออนไลน์ (ขนาด 8K) หรือดาวน์โหลดหนังต้องรอ 6 นาที แต่ถ้ามี 5G ใช้เวลาแค่ 6 วินาที!

150518144020-5g-wireless-table-780×439

เท่านั้นไม่พอ ถ้ามี 5G เราจะเชื่อมต่อไปปลายทางได้เร็วกว่า 0.001 วินาที (คือเร็วมาก) รับส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มเป็น 1,000 เท่า ใช้พลังงานในการเชื่อมต่อน้อยลง 90% ทำให้แบตจะยืดอายุการใช้งานได้ถึง 10 ปี

5G เหนือกว่า 4G อย่างไร?
1. ตอบสนองไวกว่า
ถ้าเราใช้ 4G สั่งงานควบคุมสิ่งต่างๆได้เร็วที่ 20 – 30 ms (Milli-second คือ 1:1,000 วินาที) แต่ถ้าใช้ 5G จะเร็วขึ้น 10 เท่า จะสั่งงาน IoT หรือสมาร์ทดีไวซ์ได้เร็วจริงถึง 3-4ms

2. รับส่งข้อมูลได้มากกว่า 4G
ถ้า 4G รับส่งข้อมูลต่อเดือนได้แค่ 7.2 Exabytes 5G จะทำให้เรารับส่งข้อมูลได้เพิ่มขึ้น 7 เท่า คือ 50 Exabytes ต่อเดือน

3. มีความถี่สำหรับใช้งานมากกว่า
ตอนใช้ 4G มีให้ใช้ถึงแค่ 3GHz แต่ถ้าเป็น 5G เราใช้งานคลื่นความถี่ได้ถึง 30GHz

4. รับรองการใช้งานในแต่ละพื้นที่ได้มากกว่า
ถ้า 4G รับคนได้ราว 1 แสนคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม. 5G จะรับได้ 10 เท่าคือรับได้ 1 ล้านคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม.

5. ถ่ายโอนข้อมูลต่อวินาทีได้เยอะกว่า
ถ้า 4G โอนข้อมูลเข้าเครื่องได้แค่ 1 GB ต่อวินาที 5G จะทำได้ถึง 20 GB ต่อวินาทีหรือ 20 เท่าของ 4G

DXkYTDiU8AAc93J

แล้ว 5G ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างไร?
แน่นอนว่าถ้ามี 5G จะทำให้เราดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ เปิดเว็บไซต์บนมือถือได้เร็ว ไม่มีสะดุด แม้แต่วีดีโอที่มีความละเอียดสูงๆ แต่ประโยชน์ของ 5G มันไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้นน่ะสิ เพราะว่าในอนาคต ถ้ามี IoT เราจะได้เห็นการทำงานของสมาร์ทดีไวซ์ที่มากกว่าแค่สมาร์ทโฟน สมาร์ทดีไวซ์ที่เชื่อมต่อกันผ่าน 5G ก็จะส่งข้อมูลหากันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ถ้า 5G มา เราได้ดูวีดีโอชัดๆที่ไหนก็ได้แบบนี้แน่ๆ

เช่นถ้าเรามีรองเท้าที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ ตัวรองเทาก็จะเก็บข้อมูลว่าเราวเดินหรือวิ่งไปได้กี่ก้าว เดินไปได้กี่กิโลเมตร แล้วมันก็ส่งข้อมูลผ่าน 5G ไปแสดงโทรศัพท์หรือนาฬิกาของเราที่ไหน เวลาไหนก็ได้ ถ้ามี 5G นี่คือตัวอย่างง่ายๆของการทำงานร่วมกันระหว่าง 5G กับ IoT ไม่ต้องผ่าน WiFi ที่จำกัดแค่บางพื้นที่

หรือจะเป็นเรื่องของรถยนต์ไร้คนขับ (Driverless Car) ที่ในอนาคตอาจจะสามารถโต้ตอบกับรถอีกคันและถนน (Smart Road) ผ่านเซนเซอร์ที่ติดตั้งไว้ และมี 5G โอนข้อมูลหากัน ซึ่งช่วยลดอุบัติเหตุได้ด้วย ซึ่งถ้ายังใช้ 4G มีหวังกว่าจะรับส่งข้อมูลหากันได้ ก็อาจจะไม่ทันแจ้งเตือนอุบัติเหตุได้

นี่ยังไม่พูดถึง Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) เช่นถ้าเราดูหนังหรือเล่นเกมผ่านอุปกรณ์ VR ถ้าใช้ 5G เราก็จะได้รับประสบการณ์ที่เหนือกว่าสมาร์ทโฟนที่ไหนก็ได้ และคุณภาพดีพอๆกับดู VR ผ่าน WiFi ที่สำคัญคือ AR ที่เราสามารถใช้สมาร์ทโฟนส่งไปวัตถุ 2 มิติแล้วมีภาพหรือวีดีโอดิจิทัลปรากฎบนหน้าจอ ซึ่งภาพหรือวีดีโอที่ว่าจะต้องดึงมาจาก Cloud ทำให้ 5G มีบทบาทมากในการดึงข้อมูลดังกล่าวมาจาก Cloud ให้ปรากฏบนหน้าจอได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีดีเลย์ ทำให้ดึงความสามารถของ ​AR ได้ทุกวงการ

สรุปคือถ้า 5G มาบ้านเรา เราจะได้ดูวีดีโอ เล่นเกม ฟังเพลงได้ไม่มีสะดุดแน่ๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องของ IoT ในไทยคงต้องดูกันอีกสักระยะว่าจะเกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน ไม่อย่างนั้นการมี 5G ก็ใช้ไม่คุ้มค่าครับ